เข้าระบบ
username :  
password :  
เก็บสถานะ :  
 
:: อ่านรายละเอียด ::
หัวเรื่อง : ขั้นตอนการลงและรันโปรแกรมจาวา อย่างง่าย มีดังต่อไปนี้
โดย : 5217680022 ผู้อ่าน : 20695 ครั้ง
เขียนเมื่อวันที่ : 4/06/2009 06:06:43
หมวดหมู่ : Programming
เก็บหน้านี้ไว้ | พิมพ์หน้านี้ | แสดงความคิดเห็น กลับไปหน้าที่แล้ว

ขั้นตอนการลงและรันโปรแกรมจาวา อย่างง่าย มีดังต่อไปนี้

1. download Java JDK จาก web site ของ Sun โดย version ล่าสุดจะเป็น Java 1.6 หรือ Java 6 update 7 (Java 6 update 10 ยังเป็น Release Candidate อยู่ คืออยู่ระหว่างการทดสอบ)

เข้าไปที่หน้า download ที่ http://java.sun.com/javase/downloads/index.jsp ใน หน้านี้จะมีให้เราเลือก download โปรแกรมจาวาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น JDK SE, JDK EE, Netbeans หรือ JRE  ให้มองหา JDK 6 Update 7 (เนื่องจากเป็น version ที่ stable แล้ว) แล้วเลือก download 

ใน หน้าถัดมา เราต้องเลือก Platform ที่เราต้องการนำ JDK ไปใช้ อย่างเช่น ถ้าเราจะใช้งาน JDK บน Windows ก็ให้เลือก Windows และเราก็ต้องเลือกยอมรับข้อตกลงการใช้งาน JDK ด้วยก่อนที่จะ download ได้ จากนั้นเลือก Continue

 

จาก นั้นในหน้า Download Java SE Development Kit 6u7 First Customer Ship ให้คลิกที่ลิงค์ “jdk-6u7-windows-i586-p.exe” ของรายการ Windows Offline Installation เพื่อ download ไฟล์ jdk-6u7-windows-i586-p.exe (77.45MB)

 

จากนั้นหน้า File Download - Security Warning จะแสดงขึ้นมา ให้เลือก Save เพื่อ download และจัดเก็บไฟล์ลงเครื่องของเรา

Note: JDK จะเป็น development kit ที่ใช้บน command-line (ใช้ใน command prompt) ซึ่งจะมีทั้ง Java compiler และ Java interpreter (Java VM) และ tools อื่น ๆ รวมอยู่ด้วยกัน  JDK จะต่างจาก JRE ตรงที่ JRE จะมีเพียง Java interpreter หรือ Java VM และ runtime library ไว้ใช้รันจาวาโปรแกรมเท่านั้น จะไม่มี Java compiler มาด้วย จึงไว้ใช้กรณีที่เราจะรันโปรแกรมจาวาเท่านั้น โดยเราไม่ต้องการพัฒนาโปรแกรมจาวา

อีก อย่างหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับการเขียนโปรแกรมจาวาก็คือ Java API doc หรือ Java API documentation ซึ่งเป็นเอกสาร HTML ที่เราใช้อ่านอ้างอิงถึงวิธีการใช้งาน method และ class ต่าง ๆ ในจาวา  ให้เลือก Java SE 6 Documentation เพื่อ download เอกสารตัวนี้มาด้วย

ใน หน้าถัดมา ให้เลือกภาษาของ Java documentation ที่เราต้องการใช้งาน กรณีนี้คือภาษาอังกฤษ และเลือกยอมรับข้อตกลงการใช้งาน Java Doc ก่อนที่จะ download ได้

จาก นั้นให้ click ที่ลิงค์ jdk-6-doc.zip ในรายการ Java (TM) SE Development Kit Documentation 6 เพื่อ download Java Doc version ภาษาอังกฤษ (jdk-6-doc.zip, 52.36MB)

2. สำหรับ platform Windows ไฟล์ที่ download มาจะเป็น .exe ไฟล์ ให้เริ่มลง Java JDK โดย double click ที่ตัวโปรแกรม install นี้ ในขั้นตอนการลงเราสามารถเลือกเปลี่ยน directory ที่เราต้องการลงตัว Java SDK ด้วย โดย default directory ที่จะติดตั้งโปรแกรมจะเป็น C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_07

3. set PATH environment variable ใช้รวมถึง directory \bin ของ SDK ที่เราลงไป โดยเข้าไป set ที่ Control Panel > System > Advanced > Environment Variables > ในส่วนของ System Variables ให้เลือก Edit เพื่อแก้ไขค่าของ variable ที่ชื่อว่า PATH โดยเพิ่ม path ที่เราต้องการเข้าไป อย่างเช่น ถ้าเราลง SDK ไว้ที่ C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_07 เราก็เพิ่มรายการ directory ”C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_07\bin” เข้าไปใน PATH ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้คำสั่ง javac และ java จาก directory ใดก็ได้

4. สำหรับ CLASSPATH เราไม่จำเป็นต้อง set ก็ได้ โดยอาจใช้ค่า default ซึ่งก็คือ current directory หรือ directory ปัจจุบัน ในการทำงานไปก่อน (คือ compile และรันโปรแกรมจาวาใน directory เดียวกัน)

5. ลองเขียนโปรแกรมง่าย ๆ อย่าง HelloWorld โดยใช้โปรแกรม NotePad สร้างไฟล์ HelloWorld.java ขึ้นมา แล้วพิมพ์ตามนี้

public class HelloWorld {

     public static void main(String[] args) {

          System.out.println(”Hello World !”);

     }

}

6. compile class HelloWorld โดยใช้คำสั่ง javac HelloWorld.java ที่ command prompt Java compiler จะสร้าง class file ของ class HelloWorld (HelloWorld.class) ขึ้นมาใน directory ปัจจุบัน (ไฟล์ HelloWorld.java จะต้องอยู่ใน directory ที่เรารันคำสั่ง javac)

7. ทดลองรันโดยใช้คำสั่ง java HelloWorld ที่ command prompt เราก็จะได้ output ดังนี้

Hello World !

Summary

ขั้นตอนการลงและรันโปรแกรมจาวา อย่างง่าย มีดังต่อไปนี้

1. download Java JDK จาก web site ของ Sun โดย version ล่าสุดจะเป็น Java 1.6 หรือ Java 6 update 2

เข้าไปที่หน้า download ที่ http://java.sun.com/javase/downloads/index.jsp ในหน้านี้จะมีให้เราเลือก download โปรแกรมหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น Netbeans หรือ JRE  ให้มองหา JDK 6u2 แล้วเลือก download 

 

ในหน้าถัดมา เราต้องเลือก Accept license agreement เพื่อยอมรับข้อตกลงการใช้งาน JDK ก่อนที่จะ download ได้

จาก นั้นให้ click ที่ link Windows Offline Installation (build 06), Multi-language ที่เป็นรายการแรกใน Windows Platform เพื่อ download ไฟล์ jdk-6u2-windows-i586-p.exe (65.57 MB)

Note: JDK จะเป็น development kit ที่ใช้บน command-line (ใช้ใน command prompt) ซึ่งจะมีทั้ง Java compiler และ Java interpreter (Java VM) และ tools อื่น ๆ รวมอยู่ด้วยกัน  JDK จะต่างจาก JRE ตรงที่ JRE จะมีเพียง Java interpreter หรือ Java VM และ runtime library ไว้ใช้รันจาวาโปรแกรมเท่านั้น จะไม่มี Java compiler มาด้วย จึงไว้ใช้กรณีที่เราจะรันโปรแกรมจาวาเท่านั้น โดยเราไม่ต้องการพัฒนาโปรแกรมจาวา

ถ้าเราต้องการ download JDK 1.6 พร้อมกับโปรแกรม NetBeans ก็ให้เลือก JDK 6u2 with NetBeans 5.5.1

อีก อย่างหนึ่งที่จะขาดไปไม่ได้สำหรับการเขียนโปรแกรมจาวาก็คือ Java API doc หรือ Java API documentation ซึ่งเป็นเอกสาร HTML ที่เราใช้อ่านอ้างอิงถึงวิธีการใช้งาน method และ class ต่าง ๆ ในจาวา  ให้เลือก Java SE 6 Documentation เพื่อ download เอกสารตัวนี้มาด้วย

ในหน้าถัดมา เราต้องเลือก Accept license agreement เพื่อยอมรับข้อตกลงการใช้งาน Java Doc ก่อนที่จะ download ได้

จาก นั้นให้ click ที่ link Java(TM) SE Development Kit Documentation 6, English ในรายการแรก เพื่อ download Java doc version ภาษาอังกฤษ (jdk-6-doc.zip)

2. สำหรับ platform Windows ไฟล์ที่ download มาจะเป็น .exe ไฟล์ ให้เริ่มลง Java SDK โดย double click ที่ตัวโปรแกรม install นี้ ในขั้นตอนการลงเราต้องเลือก directory ที่เราต้องการลงตัว Java SDK ด้วย

3. set PATH environment variable ใช้รวมถึง directory \bin ของ SDK ที่เราลงไป โดยเข้าไป set ที่ Control Panel > System > Advanced > Environment Variables > ในส่วนของ System Variables ให้เลือก Edit เพื่อแก้ไขค่าของ variable ที่ชื่อว่า PATH โดยเพิ่ม path ที่เราต้องการเข้าไป อย่างเช่น ถ้าเราลง SDK ไว้ที่ C:\Program Files\Java\jdk1.5.0_01 เราก็ set ให้ PATH เป็น “C:\Program Files\Java\jdk1.5.0_01\bin” ทั้งนี้ก็เพื่อให้เราสามารถเรียกใช้คำสั่ง javac และ java จาก directory ใดก็ได้

4. สำหรับ CLASSPATH เราไม่จำเป็นต้อง set ก็ได้ โดยอาจใช้ค่า default ซึ่งก็คือ current directory หรือ directory ปัจจุบัน ในการทำงานไปก่อน (คือ compile และรันโปรแกรมจาวาใน directory เดียวกัน)

5. ลองเขียนโปรแกรมง่าย ๆ อย่าง HelloWorld โดยสร้างไฟล์ HelloWorld.java ขึ้นมา แล้วพิมพ์ตามนี้

public class HelloWorld {
     public static void main(String[] args) {
          System.out.println("Hello World !");
     }
}

6. compile class HelloWorld โดยใช้คำสั่ง javac HelloWorld.java ที่ command prompt Java compiler จะสร้าง class file ของ class HelloWorld (HelloWorld.class) ขึ้นมาใน directory ปัจจุบัน

7. ทดลองรันโดยใช้คำสั่ง java HelloWorld ที่ command prompt เราก็จะได้ output ดังนี้

Hello World !

Summary

ถ้า ใครสังเกตดี ๆ ตอนที่เข้าไป download Java SDK หรือ JRE จาก web site ของ Sun อย่างที่เห็นจากรูปด้านล่าง จะเห็นว่ามี version ของจาวาที่เป็น 64-bit ให้เลือกด้วย อย่างเช่น SDK 6u2 สำหรับ Solaris x64 platform, SDK 6u2 สำหรับ Linux x64 platform และ SDK 6u2 สำหรับ Windows x64 platform  จาวา 64-bit คืออะไร ? แล้วเราจะใช้งานได้ยังไง ?

จา วา 64-bit ก็คือ version ของจาวาที่พัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานในสภาพแวดล้อมบน platform ที่เป็น 64 bit พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นโปรแกรมจาวาที่เอาไว้ใช้งานบนเครื่องที่มี OS และ processor เป็นแบบ 64 bit นั่นเอง ถ้าเราลองดู processor หรือ CPU ตัวใหม่ ๆ จะเห็นว่าเริ่มมี processor ที่เป็น 64-bit ให้ใช้งานบ้างแล้ว อย่างเช่น IA64 ของค่าย Intel หรือ AMD64 ของค่าย AMD  ในส่วนของ OS เองก็มี version ที่เป็น 64 bit ด้วยเช่นกัน อย่างเช่น Red Hat Enterprise Linux, Windows XP, Windows 2003 Server (64-bit edition) 

สังเกต ว่า การจะใช้งานจาวา 64 bit ได้นั้น เราจะต้องมีทั้ง OS และ processor ที่เป็นแบบ 64 bit เสียก่อน ซึ่งในตอนนี้มักจะเป็นเครื่องระดับ server มากกว่า

การ ใช้งานจาวา 64 bit จะมีข้อดีตรงที่เราจะได้ address space เพิ่มขึ้นมา ทำให้เราสามารถกำหนดขนาดของ heap ได้ขนาดใหญ่กว่าเดิม ซึ่งทำให้โปรแกรมจาวาที่เราเขียนขึ้นสามารถใช้ memory ได้มากขึ้น (มากกว่า 1.6 GB) นอกจากนี้ยังทำให้เราสามารถสร้าง thread ได้มากกว่าเดิมด้วย สังเกตว่าข้อดีเหล่านี้จะมีประโยชน์สำหรับโปรแกรมขนาดใหญ่ที่ทำงานเป็นแบบ server โปรแกรมมากกว่าโปรแกรมเล็ก ๆ ที่เราใช้งานทั่วไป

สำหรับจาวา 1.5 และ 1.6 (version 64 bit) ตอนนี้จะสนับสนุน OS และ processor 64 bit ดังต่อไปนี้

  • Solaris/SPARC
  • Solaris/AMD64
  • Windows XP (64-bit edition)/AMD64
  • Windows 2003 Server (64-bit edition)/AMD64
  • Linux/AMD64

Summary

ถ้า เราต้องการ download JDK หรือ JRE version หนึ่งโดยเฉพาะ หรือ version เก่า อย่างเช่น 1.4.2_12 หรือ 1.5.0_06 เราสามารถ download ได้จากหน้า Archive: Java[tm] Technology Products Download ใน web site ของ Sun ที่ URL http://java.sun.com/products/archive/

Summary

JDK (Java Development Kit) ต่างจาก JRE (Java Runtime Environment) ตรงที่ จะเป็นชุดของโปรแกรมหรือ tools ที่ไว้ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมจาวา อย่างเช่น Java compiler, Java debugger, Java doc และ Java interpreter หรือ Java VM  ถ้าเราต้องการพัฒนาหรือเขียนโปรแกรมจาวาขึ้นมาใช้งาน เราต้อง download JDK หรือ SDK มาใช้ (SDK, Software Development Kit เป็นอีกชื่อหนึ่งที่มักเรียกกัน แต่ก็หมายถึง development kit เหมือนกัน)

สำหรับ JRE จะเป็นชุดของโปรแกรมที่ไว้ใช้สำหรับรันจาวาโปรแกรมเท่านั้น คือมีแค่ชุดของโปรแกรมแค่เพียงพอที่จะรันโปรแกรมจาวา โปรแกรมหลัก ๆ ก็จะเป็น Java interpreter (Java VM) และ runtime library ต่าง ๆ เราจะ download JRE มาใช้งานก็ในกรณีที่เราต้องการเพียงจะรันโปรแกรมจาวา มักจะเป็นตอนที่เราพัฒนาโปรแกรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วต้องการนำโปรแกรมจาวาไปใช้งาน เนื่องจาก JRE ไม่มี development tools มาด้วย จึงทำให้มีขนาดเล็กกว่า JDK

Problem

บ่อย ครั้งที่ในเครื่องที่เราใช้งาน มีการลง JDK หรือ JRE ไว้หลายตัว ซึ่งบางครั้งทำให้เราสับสนว่า เวลาเราเรียกใช้คำสั่ง java นั้น เรากำลังใช้งาน version ไหนกันแน่ ทำอย่างไรเราถึงจะรู้ได้ว่าเรากำลังใช้ JVM version ไหนอยู่ ?

Solution

เราสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ โดยการใช้ -version option เวลาที่เรียกใช้คำสั่ง java ดังนี้

java -version

ตัวอย่างของ output ก็จะได้แบบนี้

java version “1.5.0_06″
Java(TM) 2 Runtime Environment, Standard Edition (build 1.5.0_06-b05)
Java HotSpot(TM) Client VM (build 1.5.0_06-b05, mixed mode, sharing)

วิธี นี้จะช่วยให้เรารู้ว่าเรากำลังใช้งาน JVM version ไหนอยู่ และ JVM ทำงานอยู่ใน mode อะไร client หรือ server ในกรณีของตัวอย่างนี้ version ของ JVM คือ 1.5.0_06-b05 ซึ่งทำงานใน mode client

แล้วถ้าเราต้องการเขียนโปรแกรมจาวาให้ check ดูว่า JVM ที่ใช้อยู่ตอนนี้ ณ runtime จะได้อย่างไร ?

เรา สามารถตรวจสอบ version ของ JVM ในตอน runtime (ขณะโปรแกรมทำงาน) โดยการเรียกใช้ method System.getProperty() โดยระบุชื่อของ property เป็น java.vm.version ดังนี้

System.getProperty(”java.vm.version”);

ค่าที่ได้จาก method นี้ก็จะเป็น version ของ JVM ที่โปรแกรมจาวาตัวนี้ทำงานอยู่ อย่างเช่น 1.5.0_05-b05

Summary

ถ้า เราต้องการรันโปรแกรมจาวาที่อยู่ในรูปของ jar file อย่าง application.jar อย่างน้อยเราจำเป็นต้องลง JRE (Java Runtime Environment) ซึ่งจะมี Java VM กับ library ต่าง ๆ ที่จำเป็นในการทำงาน หรือ เราจะลง JDK แทนก็ได้ JRE จะต่างจาก JDK ตรงที่จะไม่มีพวก development tool ที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรมจาวามาด้วย ทำให้มีขนาดเล็กกว่า
JRE สามารถ download จาก web site ของ Sun ได้ที่ http://java.sun.com/javase/downloads/index.jsp ให้มองหา Java Runtime Environment (JRE) 6u1 
กลับไปหน้าที่แล้ว
เรียงลำดับคำตอบ :


  ส่วนแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีผู้ตอบ