MSITBlog

เรื่องที่น่าสนุกของผู้ชี้ชะตา

ผมได้คุยกับผู้ที่ทำงานอยู่ในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาเล่าให้ผมฟังว่า เดือนหน้าเขาต้องเข้าไปประมูลงาน ๆ หนึ่งซึ่งเจ้านายบอกว่า ต้องเอาให้ได้ ถึงจะไม่มีกำไรก็ยอม ...

แหม ... เปิดประเด็นแบบนี้ น่าสนใจนะครับ เพราะอะไรถึงอยากเหนื่อยโดยไม่ได้กำรี้กำไรแบบนั้น ด้วยความสงสัยผมก็ถามเขาว่า องค์กรธุรกิจตั้งขึ้นมาเพื่อแสวงหากำไรไม่ใช่หรือ ถ้าไม่มีกำไรแล้วเราจะทำไปทำไม หรือว่าองค์กรที่คุณทำงานเป็นองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร

เขาก็ตอบว่า เป็นองค์กรธุรกิจแน่นอน เพียงแต่เจ้านายบอกว่าเขาหวังกำไรที่งานหน้า ดังนั้นงานนี้จึงเสมือนเป็นการเปิดตัวให้คนรู้จัก

อ้อ ... ต้องการเปิดตัว ผมก็ถามเขาต่อไปว่า แล้วถ้างานหน้าไม่มีกำไรอีก ก็ไม่เป็นไร ค่อยไปหวังงานหน้าไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือ

เขาก็ตอบว่า ไม่รู้เหมือนกัน คงอย่างงั้นมั๊ง ... จากนั้นผมกับเขาก็คุยกันต่ออีกนานพอควร

Continue reading
  14 Hits
  0 Comments
14 Hits
0 Comments

หวงจังนะ

เมื่อใดที่ผมเห็นการทำ Big Cleaning Day (เรื่องเกี่ยวกับ 5ส) ทีใด ผมยิ้มได้ทุกทีเพราะมันเห็นมุมที่เหมือน ๆ กันมานานแล้ว ผมว่านานตั้งแต่ผมยังหนุ่มมาก (เมื่อเข้าทำงานในโรงงานและเคยทำเรื่องนี้) จนเดี๋ยวนี้ความหนุ่มเหลือน้อยแล้ว

ลองนึกภาพดูนะครับ … ในช่วงเช้าของวันทำ Big Cleaning Day ผมจะเห็นพนักงานพากันโยนเอกสาร สิ่งของ ที่เขาคิดว่าเขาจะไม่ใช้แล้วจากโต๊ะทำงาน จากตู้ จากชั้นเก็บ ลงในถุงขยะสีดำหรือกล่องกระดาษเพื่อจะได้ขนไปทิ้ง (หรือ เก็บไว้ในที่อื่นตามความเหมาะสม) ซึ่งดูแล้วก็มากมายเอาเรื่องอยู่

หลังจากโยนเสร็จแล้วก็ยืนมอง พลางนึกว่า “แหม … วันนี้เราน่าจะ clean ขยะออกไปจากสถานที่ทำงานของเราได้เยอะทีเดียว”

จากนั้นก็หันมาปัดกวาดเช็ดถู ตู้ โต๊ะ ชั้นวาง จนสะอาดเอี่ยมอ่อง พลางยิ้งย่องด้วยความภาคภูมิใจ … “อืม สะอาดขึ้นเยอะเลยนะ ไม่มีฝุ่น มีของที่ไม่ต้องการใช้แล้ว”

จากนั้นเขาก็หันมามองกองเอกสาร สิ่งของ ด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นว่า เราทิ้งอะไรไปบ้างหนอ … ด้วยความสงสัย เขาก็เริ่มลงมือรื้อค้นกองสิ่งของข้างต้น โดยการหยิบมาดูทีละชิ้น ๆ  

Continue reading
  156 Hits
  0 Comments
156 Hits
0 Comments

บางสิ่งบางอย่างที่เหือดแห้งไป

สัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีวันหยุดหลายวันผนวกเข้ากับวันอังคารซึ่งผมไม่ได้ทำงาน ถ้านับแบบเอาแบบทั่วไปผมก็ได้หยุดถึง 4 วัน … 

หลังจากหยุดไป 4 วัน วันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของการทำงาน เมื่อผมมาถึงที่ทำงานตอนเช้าก็มีคนรู้จักมักคุ้นถามผมว่า "หยุดหลายวันไปเที่ยวไหนมา"

ผมก็ตอบว่า “ไม่ได้ออกต่างจังหวัดไปไปเที่ยวที่ไหนหรอก ก็อยู่ในกรุงเทพนี่แหละ ไปวัดทำบุญบ้าง ไปทานอาหารนอกบ้านบ้าง ว่าง ๆ ก็อ่านหนังสือ ดูทีวีไปตามเรื่อง”

เขาก็คุยต่อว่า “อาจารย์ขยันนะ” …. ผมก็ถามว่า “ขยันในแง่ไหน” ... เขาก็ตอบว่า “ก็ยังขยันอ่านหนังสืออยู่”

ผมก็ยิ้ม ๆ และถามเขาว่า “ทำไมอ่านหนังสือมันถึงต้องขยันด้วย อยากอ่านก็อ่าน ไม่เห็นต้องขยันอะไรเลย”

Continue reading
  138 Hits
  0 Comments
138 Hits
0 Comments

จับถูกหรือจับผิด

สักสามทุ่มครึ่งของคืนวันพฤหัสที่ผ่านมา ผมและลูกชายได้นั่งรถไฟฟ้าจากสถานีพร้อมพงษ์ไปลงที่สถานีหมอชิต … ก็เผอิญว่ามีหนุ่ม ๆ สองสามคนที่นั่งติดกับผมคุยกันเรื่องงานเสียงดังหน่อย ผมก็เลยนั่งฟังไปด้วยโดยปริยาย เรื่องที่เขาคุยกันก็ประมาณว่า พวกเขามีความสามารถในการจับผิดของพนักงานได้เก่งมาก พนักงานจะเขี้ยวลากดินอย่างไรก็ไม่สามารถรอดสายตาอันแหลมคมของเขาไปได้ ผมนั่งฟังไปเรื่อยก็เพลินดี ในที่สุดพวกเขาก็ลงที่สถานีสะพานควาย

ระหว่างทางที่ผมกับลูกชายเดินจากสถานีหมอชิต (บนดิน) ลงไปยังสถานีจตุจักร (ใต้ดิน) เพื่อต่อรถไฟใต้ดินไปยังสถานีลาดพร้าวซึ่งผมจอดรถไว้ที่นั่น ลูกชายก็คุยกับผมว่า พวกเขา (หมายถึงผู้โดยสารที่นั่งคุยกันข้าง ๆ ผม) น่าจะเก่งนะ เพราะจับผิดพนักงานได้หลายกรณีและแต่ละกรณีก็ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญ ๆ เสียด้วย …

ผมหัวเราะแล้วบอกลูกชายว่า … อย่าไปวิจารณ์เขาเลย เพราะเราไม่รู้ภูมิหลังของเขา วิจารณ์ไปก็ไม่ถูกหรอก เช่น ถ้าเขาเป็นผู้ตรวจประเมิน ก็น่าจะเก่งนะ เพราะหาจุดผิดพลาดได้ เมื่อพบแล้วก็ทำการแก้ไขเสีย แต่ถ้าเป็นหัวหน้าคน แล้ววัน ๆ เอาแต่นั่งคอยจับผิดคนอื่น มันก็จะเป็นหนังคนละม้วนแล้ว …

ประเด็นที่ผมยกขึ้นมาเล่าให้ฟังในวันนี้ก็คือ เรื่องการจับผิด จับถูก นี่แหละครับ … ลองคิดดูซิครับ ถ้าตัวเราซึ่งเป็นผู้จดการนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน แล้วมองไปยังพนักงานทั้งหลายที่ทำงานอยู่ วัน ๆ หนึ่ง เรามองเห็นถูกหรือผิดมากกว่ากัน

Continue reading
  138 Hits
  0 Comments
138 Hits
0 Comments

จับคู่ผู้นำกับผู้ตาม

จากเรื่องผู้ตามในบล็อกที่ผ่านมา ก็มีคนนำมาเขียนเป็นรูปผู้ตามทั้ง 5 แบบเอาไว้ดังรูปด้านล่าง พร้อมตั้งชื่อให้เสร็จสรรพ ทั้งนี้เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยแกนนอนก็มองในเชิงการทำงาน (เฉื่อยชา กับ กระตือรือร้น) ส่วนแกนตั้งก็มองในเชิงความคิด การวางแผนการทำงาน (พึ่งพาตนเองได้และมีความคิดสร้างสรรค์ กับ ต้องพึ่งพาผู้อื่น ไม่มีความคิดสร้างสรรค์)

แน่นอนแหละว่า เราย่อมต้องการผู้ตามแบบมีประสิทธิผลแหละครับ เพราะพึ่งพาตนเองได้ คิดเองได้ วางแผนกำหนดวิธีการทำงานได้ และทำงานอย่างกระตือรือร้น …

แต่โดยทั่วไปองค์หนึ่ง ๆ มักจะไม่กี่คนหรอกครับ (ถ้าองค์กรไหนมีเยอะ ผมก็อนุโมธนา สาธุ ยินดีด้วยนะครับ รักษาเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน) … คำถามก็คือแล้วผู้ตามในแบบอื่น ๆ เราจะทำอย่างไร ... 

ในหนังสือผู้นำตามสถานการณ์ของ Hersey และ Blanchard (1982) เขากล่าวเอาไว้ว่า ผู้นำต้องปรับสไตล์ภาวะผู้นำในตัวของเขาให้สอดรับกับสถานการณ์ หรือ ผู้ตาม ซึ่งน่าจะจับคู่ได้ดังนี้

Continue reading
  173 Hits
  0 Comments
173 Hits
0 Comments

ภาวะผู้ตาม (Followship)

วันจันทร์และอังคารที่ผ่านมา ผมต้องไปอบรมนอกสถานที่แต่เช้า เลยไม่สามารถเขียนบล็อกในเช้าวันจันทร์ได้ ก็ต้องขออภัยผู้อ่านนะครับ

วันนี้อยากจะคุยเรื่องภาวะผู้ตามสักหน่อย เพื่อให้ไปทางเดียวกับบล็อกที่ผ่านมา

สมัยก่อนนั้น องค์กรต่าง ๆ มักจะมีการจัดคอร์สการอบรมเรื่องผู้นำและภาวะผู้นำ (Leader and Leadership) กันมาก แต่คอร์สอบรมเรื่องภาวะผู้ตาม (Followship) กลับไม่ค่อยมีการจัดฝึกอบรม ... ทั้ง ๆ ที่ผมคิดว่ามันสำคัญนะครับ เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่าถ้าเรายังเป็นผู้ตามที่ดีไม่ได้ ก็ยากที่จะเป็นผู้นำที่ดีและขึ้นอยู่ระดับแถวหน้าได้

ในอดีตเรามักจะได้ยินประโยคที่ว่า “ทำตามเขาไป เดี๋ยวก็เป็นเอง” กันบ่อย ๆ ก็เลยคิดกันไปว่า ถ้าทำตามเขาไปเรื่อย ๆ แล้ว ก็จะมีสภาวะผู้ตามเกิดขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ

Continue reading
  140 Hits
  0 Comments
140 Hits
0 Comments

การขาดสมดุลระหว่างการบริหารกับการนำ

สองสามวันที่ผ่านมา ผมได้คุยกับเพื่อนคนหนึ่งซึ่งปัจจุบันนี้ยังทำงานอยู่ … ก็คุยกันเรื่อยเปื่อยตามประสาคนแก่ (มันออกไปทางบ่นกันไปเสียแหละมากกว่า) … คุยกันไป คุยกันมา มันมีประเด็นน่าสนใจที่เก็บมาเล่าสู่กันฟังได้อยู่เหมือนกัน

ถ้าเราตั้งกรอบว่า ทำการรักษาสภาพเดิม กับ ทำการเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเดิม … เราก็พอจะกล่าวได้ว่า การบริหาร หรือ Management จะออกไปในแนวทางทำการรักษาสภาพเดิมเอาไว้ (เช่น รักษากฏกติกา หรือ ควบคุมให้เป็นไปตามแผน) ส่วนการนำ (Leadership) จะออกไปในแนวทางการนำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงออกไปจากสภาพเดิม

ผู้ที่จะมาทำหน้าที่นี้จะเรียกว่า ผู้บริหาร หรือ ผู้นำก็ได้ … จะเป็นคน ๆ เดียวกัน หรือ คนละคนกันก็ได้ … แต่โดยทั่วไป เราก็คาดหมายว่า ผู้บริหารนอกจากจะทำหน้าที่บริหารแล้วจะต้องทำหน้าที่ในการนำด้วย

เราจะเห็นระบบต่าง ๆ ที่เรารู้จักกัน เช่น ISO หรือ TQM มักจะขึ้นต้นข้อแรก ๆ ด้วยคำว่า “Leadership” หรือ การนำ อันหมายความว่า ผู้บริหารต้องลุกขึ้นมา “นำ” เพื่อเอาระบบเหล่านี้มาใช้งาน ธำรงรักษาไว้ และปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

Continue reading
  298 Hits
  0 Comments
298 Hits
0 Comments

ในที่ประชุม … คุณค่าหรืออำนาจคือผู้ชนะ

เราพิจารณาดูแล้ว เรามองเห็นช่องทางแล้วว่า เราต้องทำการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาบางสิ่งบางอย่างให้ดีขึ้น เมื่อเรานำเรื่องนี้ไปถกแถลงในห้องประชุมด้วยความกระตือรือร้น … กลับพบว่าผลก็คือ เรื่องนี้ไม่ผ่าน ... ไม่ OK … และมันก็ถูกพับไปในที่สุด

พวกเราเคยสังเกตใหมครับ … เรื่องหลายเรื่องถูกตีตกไปนั้น มันเป็นเพราะความด้อยคุณค่าของเรื่องนั้นเอง หรือ การใช้อำนาจของใครบางคนกันแน่ !?!

แน่นอนแหละครับ เรื่องบางเรื่องอาจเป็นไอเดียที่ยังใหม่สดอยู่ ยังแข็งแกร่งพอ อาจจะถูกตีตกไปได้ เพราะคุณค่าที่นำเสนอออกมานั้นยังไม่ชัดเจน ผู้นำเสนออาจจะต้อง “ขาย” ใหม่โดยหาข้อมูลมาสนับสนุนมากขึ้น นอกจากนั้นผู้บริหารที่มีอำนาจก็อาจต้องให้การสนับสนุนด้วย ไอเดียใหม่ ๆ มันถึงจะลุกขึ้นมา แล้วเดินต่อไปได้

มีเรื่องเล่าว่า สมัยก่อนโน้นตอนที่โทรศัพท์มือถือยังเป็นแบบกดปุ่มและมีขนาดใหญ่โตขนาดน้ำอัดลมขวดลิตร … มีวิศวกรรายหนึ่งยืนอยู่ในที่ประชุมของผู้บริหาร เขายกมือสองข้างขึ้นให้ผู้บริหารเห็น โดยมือหนึ่งของเขาถือโทรศัพท์นี้ไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งส่วนอีกมือหนึ่งถือกล้องถ่ายรูป พลางพูดด้วยสายตาเป็นประกายว่า เขาจะออกแบบใหม่โดยใส่กล้องถ่ายรูปเข้าไปไว้ในโทรศัพท์มือถือ … แล้วเขาก็อธิบาย ขายความคิดของเขา

Continue reading
  151 Hits
  0 Comments
151 Hits
0 Comments

เราต้องวิ่งให้เร็วกว่าลูกค้า

ไอสไตน์ (Albert Einstein) กล่าวเอาไว้อย่างน่าฟังว่า “พวกเราไม่สามารแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกเราได้ โดยใช้การคิดในระดับเดียวกันกับที่เราสร้างปัญหาขึ้นมา”

ถ้าเรามองให้ง่ายลงก็คือ ถ้าวันนี้เกิดปัญหาบางอย่างขึ้นกับเรา แล้วเราคิดแบบเดิม ๆ ทำแบบเดิม ๆ มันก็แก้ปัญหาไม่ได้หรอกครับ … เราคงต้องทำอะไร หรือ คิดอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิม

ไอสไตน์ได้กล่าวเอาอีกว่า “ความวิปลาสก็คือการทำในเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกและคิดว่าผลลัพธ์ที่ได้มันจะแตกต่างออกไปจากเดิม” ... 

Continue reading
  144 Hits
  0 Comments
144 Hits
0 Comments

ถูกหลอกให้เชื่ออย่างสนิทใจ

โดยอาชีพในปัจจุบันของผมนั้น ผมต้องให้ความรู้เฉพาะเรื่อง เฉพาะด้าน แก่คน (วิศวกรผู้ทำงานในโรงงานผลิต) ที่ต้องนำไปใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในการทำงานของพวกเขา

เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว การคำนวณต่าง ๆ ก็เป็นแบบง่าย ๆ ไม่มีความซับซ้อนอะไรมากมาย จึงออกแบบเป็นตารางคำนวณแบบสำเร็จรูปขึ้นมาใช้งาน เพื่อทำให้ใช้งานได้สะดวกและสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย

ต่อมาก็มีการคำนวณที่ซับซ้อนมากขึ้น เพื่อจะได้วิเคราะห์ให้ละเอียดมากขึ้น คราวนี้ก็มีซอฟต์แวร์เฉพาะเพื่อนำมาใช้งาน ทุกครั้งที่ซอฟต์แวร์มีการ Update เป็นเวอร์ชันใหม่ ๆ ก็จะมีการคำนวณที่ปลีกย่อยเพิ่มเติมเข้ามา ผมก็ต้องไปนั่งค้นคว้าว่า ทำไมเขาต้องใส่เรื่องนี้ ๆ เพิ่มเติมเข้ามา … ส่วนมากก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ที่ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้ข้อมูลมาจากผู้ใช้บ้าง หรือ มีข้อกำหนดออกมาใหม่บ้าง เขาจึงใส่การคำนวณใหม่ ๆ เข้ามา

ผมก็ต้องไปอ่าน ไปดูว่า วิธีการคำนวณที่เขาใส่เข้ามานั้นเขาทำอย่างไร และคำนวณให้ดูด้วยมือ (หรือ จำลองผ่าน Excel) ก่อนที่จะใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูป ... ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจว่า ซอฟต์แวร์นั้น ๆ เขาใช้หลักการใดมาคำนวณ เพราะอะไร … ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ตอบคำถามลูกค้า หรือ Auditor ได้

คนที่เพิ่งเข้ามาเรียนก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราบอกเขา เขาก็เรียนรู้ไปทันที … แต่พอผมไปบอกคนเก่า ๆ ที่เคยเรียนผ่านมาแล้วสัก 5 -6 ปีว่า เดี๋ยวนี้การคำนวณเรื่องนั้น เรื่องนี้ มันเปลี่ยนไปแล้วนะ … มันมีการคำนวณเพิ่มเติมเข้ามาเพื่อให้สามารถบอกเรื่องนั้น เรื่องนี้ได้ คุณน่าจะไปนั่งเรียนดูบ้างนะ

Continue reading
  210 Hits
  0 Comments
210 Hits
0 Comments

ใครคือนักจมเรือ

ปัจจุบันนี้หลาย ๆ แห่งก็พยายามถามหาเรื่องความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร หรือ Employee Engagement … ผมว่า การให้ความสนใจเรื่องนี้ก็ดีนะครับ เพราะผมเชื่อว่า การที่จะให้พนักงานมีความผูกพันกับองค์กรนั้น ผู้บริหารหรือองค์กรต้องลงมือทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้มันเกิดขึ้นมา … ไม่ใช่แค่ พูดหรือแปะป้ายที่มีคำพูดสวยหรูเอาไว้เท่านั้น

ถ้าทำอะไรดี ๆ ขึ้นมา พนักงานก็จะเกิดความผู้พันกับองค์กร หรือ Engagement … ถ้าไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้มันดำเนินไปวัน ๆ ตามยถากรรม พนักงานส่วนมากก็จะไม่มีความผูกพันกับองค์กร (Disengagement) หรือ บางรายอาจจะเกิดไม่ชอบองค์กรไปเลยก็มี (Actively Disengagement)

ผมนึกถึงบทความของฝรั่งได้เรื่องหนึ่ง เขาบอกว่า องค์กรเหมือนเรือ ผู้บริหารเหมือนคนถือหางสือ (คัดท้ายเรือ) พนักงานก็คือลูกเรือนั่งอยู่ในเรือและควรจะต้องช่วยกันพายเรือไปยังเป้าหมายที่กำหนดกันเอาไว้แล้ว

เขาบอกว่า (โดยประมาณ) จะมีคนประมาณ 20% ที่ขยันพายเรือ เพื่อให้เรือไปสู่จุดหมายตามที่กำหนดเอาไว้ … พนักงานกลุ่มนี้ถือว่า มีความผูกพันกับองค์กร หรือ Employee Engagement

Continue reading
  274 Hits
  0 Comments
274 Hits
0 Comments

ไดรว์ หรือ ทุบ หรือ ทั้งไดรว์ทั้งทุบ

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ผมเดินช็อปปิ้งหนังสืออยู่ที่พารากอน บังเอิญพบเพื่อนคนหนึ่งซึ่งไม่ได้เจอกันมานานมากแล้ว หลักจากทักทายและสอบถามดูก็ได้ความว่ายังทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่ง นัยว่าที่นั่นเกษียณที่อายุ 65 ปี ส่วนโรงงานที่ผมเคยทำงานอยู่นั้นเกษียณที่อายุ 55 ปี ก็เลยว่างงานก่อนเขา

เขาก็บอกว่าอิจฉาผมที่เกษียณแล้ว ผมก็บอกเขาว่าข้าก็อิจฉาเอ็งที่เอ็งยังไม่เกษียณ ยังมีงานทำอยู่ … ฮิ ๆ ต่างคนต่างปากหวานอิจฉากันไปอิจฉากันมา … ในที่สุดก็เลยลากกันไปนั่งกินกาแฟเพื่อคุยกัน

คุยกันไปสักพัก เขาก็รู้ว่าผมไปทำงานเป็นที่ปรึกษาให้กับโรงงานหนึ่งและต้องเปิดคอร์สสอนบรรดาวิศวกรทุก ๆ วันพุธในแต่ละสัปดาห์ เขาก็อยากจะให้ผมไปทำแบบนี้ที่โรงงานเขาบ้าง

ผมจำได้ว่า ผมหลุดปากถามเขาไปโดยอัตโนมัติว่า "ผู้บริหารสูงสุดของเอ็งชอบ “ไดรว์ (Drive)” หรือ “ทุบ (Force)” … อันนี้มันหลุดปากออกไปโดยไม่ตั้งใจ … เขาตอบทันทีเหมือนกันว่า “ทุบ”

ผมก็ตอบว่า “งั้นตูไม่ไปหรอก” … เขาก็ร้อง “อ้าว … ทำไมวะ” ผมก็อธิบายให้เขาฟัง แล้วก็เลยถือโอกาสหยิบเรื่องนี้มาเขียนด้วย

Continue reading
  141 Hits
  0 Comments
141 Hits
0 Comments

Walk the talk

สมัยก่อน ผมมักได้ยินเจ้านายฝรั่งพูดคำว่า "Walk the talk" ในที่ประชุมบ่อย ๆ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งเสนอไอเดียอะไรออกมา

คำว่า Walk the talk เป็นสำนวนภาษาอังกฤษที่แปลง่าย ๆ ก็คือ พูดแล้วก็ทำด้วยนะ (อย่าเอาแต่พูด)

ตัวผมนั้น ภาษาอังกฤษก็งู ๆ ปลา ๆ เวลาผมได้ยินคำนี้ทีไร ผมก็มักจะนึกถึงภาษาไทยว่า "เดินไปคุย (ให้รู้เรื่อง)" ทุกที

เวลาเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ ๆ เรื่องที่ส่งผลกระทบกับคนส่วนมาก เมื่อเรามองเห็นโอกาสในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และเราได้กำหนดวิสัยทัศน์ (เป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง) และ กลยุทธ์แล้ว เราก็ต้องสื่อสารออกไปทั่วทั้งองค์กรเพื่อให้พนักงานรู้

เพราะสิ่งที่เราต้องการมาก ๆ ก็คือ ความร่วมมือ ยิ่งมีความร่วมมือกันมากเท่าไหร่ ความสำเร็จก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น … อันนี้มันเป็นเรื่องที่รู้ ๆ กันโดยทั่วไปอยู่แล้ว

Continue reading
  119 Hits
  0 Comments
119 Hits
0 Comments

อย่าส่งสัญญาณผิดพลาด

ในแง่ของกระบวนการทำงานแล้ว ปัญหาก็คือสิ่งที่เราทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานที่เรากำหนดไว้ ถ้าเราเอา “สิ่งที่ทำได้” – “เป้าหมาย” มันจะเกิด Gap หรือ ช่วงห่าง ออกมาเป็นลบ …

เราก็ต้องหาว่า อะไรหนอที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา แล้วก็จัดการกับสาเหตุนั้น (ขจัดมันออกไป หรือ ลดขนาดมันลง) ก็จะทำให้ Gap มันก็จะลดลงไป … การทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นหลักการหรือแนวทางทั่ว ๆ ไปสำหรับการแก้ปัญหา

มองอีกมุมหนึ่ง … พอเราทำการแก้ปัญหาไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเราก็ทำได้ดีกว่า หรือ เท่ากับเป้าหมายที่กำหนดไว้ ถึงตอนนี้ก็ถือว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไรแล้ว (ตามนิยามที่เรากำหนดไว้ว่า ปัญหาคือช่วงห่างระหว่างสิ่งที่ทำได้กับเป้าหมายที่กำหนดไว้) … แต่ก็มองได้เหมือนกันว่า มันมี “โอกาส” ในการปรุงให้ดีขึ้นได้อีก หรือ กล่าวได้ว่า ถ้าเราเอา “สิ่งที่ทำได้” – “เป้าหมาย” แล้วเกิด Gap ออกมาเป็นบวก … ก็แสดงว่า เราทำได้ดีกว่าเป้าหมายหรือมาตรฐานแล้ว ... แต่เราก็มี “โอกาส” ปรับปรุงให้ดีมากขึ้นไปอีกได้

โดยทั่วไปก็มักจะขยับ หรือ กำหนดค่า “เป้าหมาย” ให้สูงขึ้นไปกว่าสิ่งที่เราทำได้ในปัจจุบัน แล้วก็หาทางพัฒนาการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพื่อขยับ “สิ่งที่ทำได้” ไปหา “เป้าหมาย” ต่อไป …

Continue reading
  198 Hits
  0 Comments
198 Hits
0 Comments

เราได้กลิ่นที่กระตุ้นให้ทำการเปลี่ยนแปลงไหม

บล็อกที่แล้ว ผมได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่อง Sense of Urgency โดยอ้างถึงหนังสือของจอห์น คอตเตอร์ (John Kotter) … ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผมก็คือ เรามักจะอยู่ในโลกของเรา ใช้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายในองค์กรของเรา … และเรามักจะไม่สนใจข้อมูล ข่าวสารจากโลกภายนอกสักเท่าใด …

เผลอ ๆ ก็คิดว่า “โฮ๊ย … วัน ๆ นึง แค่สู้รบปรบมือกับปัญหาข้างในก็จะตายอยู่แล้ว จะไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องข้างนอกอีกหรือ ?!?”

แต่ถ้าเราอยู่แต่ในกล่องกำแพงสี่เหลี่ยมโดยไม่สนใจความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายนอกแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ภายนอกนั้นมันอาจรุนแรงถึงขนาดทำให้เราไม่มีที่ยืนในธุรกิจเลยทีเดียว

ความเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ประเด็นก็คือเราได้กลิ่นมันไหม เราตามกลิ่นของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไหม (เสาะหาข้อมูลเพิ่มขึ้น) แล้วเราตะหนักถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ไหม (ว่ามันอาจส่งผลกระทบต่อองค์กรของเรา) แล้วเราต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง (เราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเราเองอย่างไรบ้าง)

Continue reading
  190 Hits
  0 Comments
190 Hits
0 Comments

ความรู้สึกถึงความเร่งด่วน (Sense of Urgency)

ตอนที่ผมทำงานในโรงงานใหม่ ๆ ผมจำได้ว่าวันหนึ่งผมเจ้านายฝรั่งของผมเดินหน้าตาแสดงอาการเบื่อหน่ายผ่านโต๊ะทำงานของผม ผมก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้นหน้าตาถึงออกอาการอย่างนี้ … ท่านก็บ่นเรื่องงานที่ลูกค้าเร่งรัดเพราะต้องเอาสินค้าไปออกบูตในงานแสดงสินค้าที่จองเอาไว้แล้ว แต่พวกเราดูไม่ค่อยกระตือรือร้นกันเลย เดี๋ยวก็ส่งงานไม่ทัน ลูกค้าก็ไม่มีสินค้าไปเปิดตัวในงาน เสียชื่อเสียงตายเลย … แล้วก็บ่น ๆ ๆ …

สุดท้ายผมได้ยินคำว่า เราจะทำอย่างไรให้พนักงานของเรามี Sense of Urgency ยูไปทางดูหน่อยซิ … โถ เจ้านาย ผมก็เพิ่งได้ยินศัพท์คำนี้ครั้งแรกเหมือนกัน … คงยังหาทางไม่เจอหรอก … แต่ผมชอบนะ เพราะผมได้มีโอกาสเรียนรู้อีกแล้ว

ค้นไปค้นมาก็ไปเจอว่า John Kotter ได้เขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ “A Sense of Urgency” ผมก็ไปหามาอ่าน แล้วก็ไปคุยกับเจ้านายว่า Sense of Urgency ที่ยูพูดวันนั้น มันหมายถึงอย่างนี้ ๆ ใช่ไหม … ท่านก็ตอบว่า You got it

ตามมุมมองของผมนั้น Sense of Urgency ก็คือ ความสามารถในการรับรู้ได้ว่าอะไรที่ต้องทำอย่างเร่งด่วน … ทีนี้ผู้บริหารนั้น มันต้องรับรู้ถึงความเร่งด่วนในเรื่องอะไรละครับ … มันก็ต้องเป็นเรื่องของความอยู่รอดขององค์กร หรือ การเอาชนะคู่แข่ง หรือ การเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในสภาพการณ์ที่ (การตลาด การแข่งขัน … ) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ถ้าผู้บริหารไม่มี Sense of urgency หรือไม่สามารถรับรู้ว่าเรื่องอะไรต้องทำก่อน ต้องทำอย่างเร่งด่วนแล้ว ก็อาจจะทำให้องค์กรตกยุค หลุดกระแสความนิยม จนถูกทิ้งเอาไว้ข้างหลัง …

Continue reading
  196 Hits
  0 Comments
196 Hits
0 Comments

ปัจจุบันบ่งชี้อนาคต

จากบล็อกที่แล้ว เราคุยกันเอาไว้ว่า “โอกาส” กับ “อุปสรรค” มันก็อยู่ใกล้ ๆ กันนั่นแหละ … มันไม่เคยส่งเสียงบอกเรา แต่เราสามารถมองเห็นได้ ถ้าเราตามหามัน

ทำนองเดียวกัน ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตนั้น มันคงไม่นั่ง Time machine มาบอกเราหรอกว่ามันจะเกิดเมื่อใด ใหญ่โตขนาดไหน … แต่ถ้าสังเกตดูให้ดีแล้ว ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตส่วนใหญ่มักจะซ่อนเร้นอยู่ในปัจจุบันนี่แหละ ดังนั้น เราก็ควรใช้ความพยายามทำการค้นหาปัญหาจากปรากฏการณ์ในปัจจุบันให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้

หรือ กล่าวให้ฟังดูดี (แต่เป็นความจริง) ก็คือ สิ่งสำคัญที่สุดยิ่งกว่าสิ่งใดในการแก้ปัญหา ก็คือ การค้นพบปัญหาอย่างรวดเร็วนั่นเอง … โดยนัยนี้ จึงมีผู้กล่าวเอาไว้ว่า ผู้บริหารต้องมีความรู้สึกไวต่อปัญหา

ตามหลักการแล้ว เราจะรู้ได้ว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราทำการเปรียบเทียบสิ่งที่เราทำได้ในปัจจุบัน กับ เป้าหมายที่กำหนดไว้ … ถ้าสิ่งที่ทำได้มันต่ำกว่าเป้าหมาย มันก็จะเกิด Gap หรือ ระยะห่าง ขึ้นมา … นั่นแหละครับ ปัญหามันเกิดขึ้นแล้ว … ถ้าเราไม่แก้ไขตั้งแต่ตอนนี้ มันอาจจะประทุ หรือ บานปลายในอนาคตก็เป็นได้

ไฟไหม้ตึก ไหม้บ้าน ทั้งหลัง มันก็มาจากประกายไฟ สะเก็ดไฟ นิดเดียว ไม่ใช่หรือ …

Continue reading
  198 Hits
  0 Comments
198 Hits
0 Comments

โอกาสและอุปสรรคมันทับซ้อนกันอยู่

ไม่รู้ใครเป็นคนแรกที่ใช้คำว่า “ข้อเท็จจริง” … สมัยผมได้ยินครั้งแรก ก็ยึงนึกเอาว่า “ข้อเท็จ” จะไปรู้ทำไม … น่าจะแค่ “ข้อจริง” ก็พอ … เหมือนรูปด้านร่างนี่แหละครับ … เงาจะไปดูทำไม ดูของจริงดีกว่า … แต่บางครั้งเราก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่า อะไรคือ “เท็จ” อะไรคือ “จริง เราต้องเอาทั้ง “เท็จ” และ “จริง” มาพิจารณาร่วมกัน เพื่อเข้าใจภาพรวมที่เกิดขึ้น

ลองนึกดูซิครับ ถ้าวันดีคืนดีมีคนสองคนมาบอกข้อมูลเรื่องเดียวกันให้กับเรา คนหนึ่งพูดแบบหนึ่ง อีกคนหนึ่งก็พูดอีกแบบหนึ่งซึ่งโดยความหมายแล้วตรงข้ามกันเลย เราคงไม่รู้จะเชื่อใครนะครับ แต่คงคิดเอาว่าคนใดคนหนึ่งคงต้องพูดเท็จและอีกคนหนึ่งต้องพูดจริง …

ถ้าเราเชื่อข้อมูลฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทันที เราก็จะไม่สนใจข้อมูลของอีกฝ่ายหนึ่ง มันก็จะทำให้เรามองไม่เห็นภาพหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น … มันก็เหมือนเอาขวดคริสตอล (ในรูปบน) ออกไป เราก็ไม่เห็นเงาที่เกิดขึ้น … เราย่อมไม่สามารถพิจารณาและเข้าใจภาพรวมหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้

แต่ถ้าเราฟังความทั้งสองด้านแล้วซักถาม หาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อขยายความ เราก็สามารถมองเห็นภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้

Continue reading
  192 Hits
  0 Comments
192 Hits
0 Comments

ข้อมูลที่เราใช้เป็นแบบไหนหนอ ...

สังเกตเรื่องหนึ่งไหมครับ … เวลาเราประชุมกันเพื่อแก้ปัญหานั้น มันจะเกิดการใช้ข้อมูลอยู่สองกรณี คือ กรณีแรก เราใช้ข้อมูลเพื่อแก้ไข (ปัญหา) กรณีที่สอง เราใช้ข้อมูลเพื่อแก้ตัว

(ฮิ ๆ คุณว่า เกิดกรณีไหนมากกว่ากัน … ถ้าตอบว่ากรณีที่สอง ก็ฮาแตกแหละครับ)

อย่างไรก็ตาม การยกข้อมูลขึ้นมากล่าวอ้างนั้น มันมักจะเกิดได้สามแบบเหมือนกัน แบบแรกนั้นเป็นข้อมูลได้มาจากการบอกเล่า ซึ่งไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริง เช่น ผมได้ยินมาว่า คุณทำของเสียหายไป 100 ชิ้น … อันนี้จะนำไปสู่การโต้เถียงกันโดยใช้อารมณ์เป็นส่วนมาก

ส่วนในแบบที่สองนั้น ข้อมูลที่ยกขึ้นมานั้น มาจากการจัดเตรียมมาโดยใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งเราก็ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่เราจะเชื่อว่า ข้อมูลนั้นคือข้อเท็จจริง (ทั้ง ๆ ที่ข้อมูลนั้น อาจจะถูกปรับแก้ แต่งเติมมาก่อน) ดังนั้น เราจะจินตนาการถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตามข้อมูลนั้น แล้วก็หาทางแก้ปัญหาบนจินตนาการของเรา … ซึ่งการจินตนาการเอาตามข้อมูลนั้น มันจะถูกหรือไม่ถูกก็ไม่รู้ … การแก้ปัญหาบนจินตนาการที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง มันก็ไม่ได้แก้ปัญหาจริง ๆ ใช่ไหมครับ …

และแบบที่สาม ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งที่ได้มาจากพื้นที่จริง จากสิ่งของในเหตุการณ์จริง และสภาพแวดล้อมตามความเป็นจริง … อันนี้ไม่ต้องจินตนาการ เพราะมันเห็นทุกอย่างโต้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ตัวแบบที่สร้างขึ้นมาก็จะอิงอยู่บนสิ่งที่เกิดขึ้น เอาไปใช้แก้ปัญหาได้จริง ๆ   

Continue reading
  245 Hits
  0 Comments
245 Hits
0 Comments

"โอกาส" ไม่เคยส่งเสียงบอกกล่าว

สมัยผมทำงานใหม่ ๆ มักจะได้ยินลูกค้าบอกว่า คุณมีโอกาสในการปรับปรุงนะ … เวลาเดินไปหาเจ้านาย เจ้านายก็บอกว่า เรามีโอกาสในการปรับปรุงนะ … พออ่านหนังสือ เขาก็บอกว่า โอกาสมีอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่เรามองเห็นมันหรือไม่

พอทำงานมานานเข้า ก็มองเห็นความจริงเรื่องหนึ่ง คือ โอกาสมันมีอยู่ทั่วไป แต่ไม่เคยส่งเสียงบอกเรา เราต้องเดินออกไปมองหามัน … ถ้าหามันไม่พบ ก็สร้างมันขึ้นมาซีครับ

วัน ๆ หนึ่ง เรานั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงาน … ทำแต่งานซ้ำ ๆ มันก็ได้แค่ทำงานเดิมได้เร็วขึ้น โอกาสที่จะทำอะไรใหม่ ๆ มันก็แทบจะไม่มีเลย … ผมจึงเชียร์ให้ผู้อ่านลุกออกไปจากโต๊ะทำงาน ออกไปจากกล่อง ออกไปจาก Comfort Zone เพื่อเดินไปหาโอกาสที่จะทำสิ่งใหม่ ๆ บ้าง

โดยทั่วไปแล้ว แผนก IT จะมีหน้าที่ให้การสนับสนุนฝ่ายธุรกิจ … ไม่ว่า จะเป็นคนทำงาน (ในเชิงของการใช้สารสนเทศเพื่อไปจัดการงานของเขา) หรือ กระบวนการทางธุรกิจก็ตาม (ในเชิงของการเก็บ ใช้ ประมวลข้อมูล เพื่อให้กระบวนการเดินไปได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว)

Continue reading
  208 Hits
  0 Comments
208 Hits
0 Comments